ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองอุดรธานีที่"วัดหนองบัวกลอง" พิมพ์ อีเมล์

       วันนี้ทีมงาน UDclick.com จะพาเดินตามรอยตัวประวัติศาสตร์การตั้งเมืองอุดรธานี ต่อจากเรื่องของ "จุดเริ่มต้นของจังหวัดอุดรอยู่ที่นี่"ต้นศรีมหาโพธิ์"" นะครับ โดยคราวนี้เราจะมาเดินตามรอย "กลองที่ทำจากต้นหมากแข้ง" นะครับ

          "…บริเวณใกล้เคียงที่สร้างวังของกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม (ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดมัชฌิมาวาส) มีโนนอยู่แห่งหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า "โนนหมากแข้ง" มีเจดีย์ศิลาแลง มีสัณฐานดังกรงนกเขาตั้งอยู่ที่โนนนั้น เล่ากันสืบมาว่า เป็นเจดีย์ก่อคร่อมตอหมากแข้งใหญ่ นัยว่ามีต้นหมากแข้งขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง "พระเจ้าแผ่นดินกรุงล้านช้างร่มขาว" ได้ให้มาโค่นไปทำกลอง และ ทำเป็นกลองขนาดใหญ่ได้ถึง ๓ ใบ ใบหนึ่งเอาไปไว้ที่ "นครเวียงจันทน์" ใช้ตีเป็นสัญญาณบอกเหตุในเมื่อข้าศึกศัตรูมาราวี เมื่อตีกลองใบนี้พระยานาคจะขึ้นมาช่วยรบข้าศึกศัตรูให้พ่ายแพ้ แต่ภายหลังถูก "เชียงเมี่ยง" ไปหลอกให้ทำลายกลองใบนี้เสีย "ชาวเวียงจันทน์" จึงไม่มีพระยานาคมาช่วยดุจในอดีต  ใบที่สองนำไปไว้ที่ "พระนครหลวงพระบาง" ส่วนใบที่สามเป็นใบที่เล็กกว่า ๒ ใบนั้น ได้นำไปไว้ที่ "วัดหนองบัว"  ซึ่งตั้งอยู่ติดกับถนนสายอุดร-สกลนคร ห่างจากทางรถไฟประมาณ ๕ เส้น ยังมีเจดีย์ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน) เพราะมีกลองหมากแข้งอยู่ที่วัด ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งหนองบัว จึงเรียกว่า "หนองบัวกลอง" (แต่ในปัจจุบันคำว่ากลองหายไป คงเหลือแต่หนองบัวเท่านั้น ชาวบ้านจึงเรียกชื่อว่า “วัดหนองบัว” ตามเดิม แต่ปัจจุบันได้ตั่งชื่อว่า “วัดอาจสุรวิหาร”) ต้นหมากแข้งต้นนี้คนในสมัยก่อนไม่มีความชำนาญในมาตรวัด จึงบอกเล่าขนาดไว้ว่า ตอต้นหมากแข้งนั้น ภิกษุ ๘ รูปนั่งฉันจังหันได้สะดวกสบาย…"

        หลักฐานเรื่องเจดีย์ที่ก่อคร่อมตอหมากแข้งนั้น ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว เพราะมีการสร้างโบสถ์วัดมัชฌิมวาสทับไปเรียบร้อยแล้ว แล้วเรื่องกลองที่อยู่วัดหนองบัวกลองล่ะยังมีอยู่มั้ย?? อยากรู้เหมือนกันใช่มั้ยครับ งั้นตามเรามาเลยครับ

แผนที่ตั้งวัดหนองบัว <<<คลิกเลย
แผนที่ตั้งสถูปโบราณสมัยอยุธยา<<<คลิกเลย


ประตูทางเข้า "วัดหนองบัว" ในอดีต หรือ " วัดอาจสุรวิหาร"ในปัจุบัน


โบสถ์ภายในวัดอาจสุรวิหาร


สถาปัตยกรรมของโบสถ์วัดอาจสุรวิหาร


พระพุทธรูปประจำวันเกิดสำหรับบูชาภายในวัดอาจสุรวิหาร


นั่นไงกลอง เราเจอกลองอยู่ชั้นสองของศาลา


จากการสอบถามเจ้าอาวาสปรากฏว่ากลองใบนี้ไม่ใช่กลองในตำนานแต่อย่างใด
เพราะกลองในสมัยนั้นถูกทำลายไปในระหว่างสงครามแล้ว
โดยถูกโยนทิ้งลงไปในหนองน้ำหนองบัวไปนานแล้ว จึงเหลือแต่เพียงตำนานเท่านั้น


แต่ว่าไม่ต้องเสียใจจากการสอบถามเจ้าอาวาส เราได้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีก 1 ชิ้น คือ กู่ หรือ สถูป
คาดว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์อุดรธานีพบว่าสถานที่แห่งนี้
เมื่อก่อนก็คืออาณาบริเวณของวัดหนองบัวนั่ในสมัยก่อนนั่นเองนเอง


ด้านข้างของสถูปตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงน้ำแข็งอุดรกิตติในปัจจุบัน

       เป็นอย่างไรบ้างครับถึงแม้เราจะไม่เจอกลองในตำนานเพื่อยืนยันหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุดรธานีก็ตาม แต่เราก็ได้พบกับโบราณสถานที่ยืนยันว่าจังหวัดอุดรธานีมีความเก่าแก่อยู่ในยุคสมัยของอาณาจักรกรุงศรีอยูธยาอยู่เหมือนกันนะครับ ทางทีมงาน UDclick.com ยังมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับอุดรธานีของเราในมุมมองแปลกใหม่มานำเสนออย่างต่อเนื่องนะครับ ท่านสามารถติดตามเรื่องราวดีๆแบบนี้ได้ในตอนต่อๆไปนะครับ สวัสดีครับ

 

 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร