อันยองฮาเซโย"โคเรีย"(1) : โซล ในวันฝนพรำ พิมพ์ อีเมล์

บรรยากาศริมท้องถนนในกรุงโซล

       "อันยองฮาเซโย" เป็นคำพูดแรกที่ได้ยินหลังก้าวเท้าขึ้นไปบนเครื่องบิน ของสายการบินเอเชียน่า (Asiana Airline) ที่จะพาฉันบินไปสู่เกาหลีประเทศในฝันของหลายๆ คน ด้วยระยะเวลาในการเดินทางกว่า 5 ชั่วโมง
       
       เมื่อล้อเครื่องบินแตะพื้นดินท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน (Incheon International Airport) ฉันก็ได้รับการต้อนรับด้วยสายฝนพรำๆ ในช่วงนี้เกาหลีใต้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว พวกต้นไม้ใบหญ้าต่างก็ผลิใบเต็มที่ มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวสบายตา และแม้จะอยู่ในช่วงฤดูร้อน ก็อาจจะมีฝนตกลงมาได้บ้างประปราย

ทางเข้าวัดพงอึนซา

       จากสนามบินอินชอน ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง ก็มาถึง กรุงโซล (Seoul) เมืองหลวงของเกาหลีใต้ และเมื่อมาถึงทั้งที เราก็มาลองทำความรู้จักกับ "โซล" กันเสียหน่อย
       
       กรุงโซล เป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโซซอน ซึ่งมีอายุประมาณ 600 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยอยู่ติดกับแม่น้ำฮัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของโซล ปัจจุบัน กรุงโซลมีสถานะเป็นเขตการปกครองพิเศษ มีต้นไม้สัญลักษณ์ของเมืองของต้นแปะก๊วย ซึ่งจะสามารถเห็นได้ตามสองข้างทางของถนนในโซล
       
       นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของประเทศแล้ว โซลยังเป็นจุดศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคม ซึ่งส่วนหนึ่งที่โซลเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวมากมายก็คือ การนำเอาความใหม่และเก่า เข้ามาผสมผสานรวมกันอย่างลงตัว

พระพุทธรูปแกะสลักหินอ่อนภายในวัด

       อย่างเช่นที่ วัดพงอึนซา (Bongeunsa Temple) ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 794 ถ้านับแล้วก็มีอายุกว่า 1,200 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในโซล ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงวิกฤติมาหลายต่อหลายครั้ง เช่นในยุคโชซอน (ประมาณปี 1392-1910) ศาสนาพุทธในเกาหลีถูกกดดันอย่างมาก แต่ต่อมาก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง หรือแม้แต่ช่วงสงครามเกาหลี วัดแห่งนี้ก็ถูกเผาทำลายลงไปบางส่วน และได้มีการบูรณะขึ้นมาอีกครั้งจนกลายเป็นวัดที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของกรุงโซล
       
       ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินอ่อนองค์ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ซึ่งมีความสูงประมาณ 23 เมตร ผู้คนจะพากันมาอธิษฐานขอพรบริเวณลานจัตุรัสด้านหน้าองค์พระ และนอกจากนั้น ลานแห่งนี้ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม และพิธีกรรมสำคัญอีกด้วย

โคมบูชาภายในวัด

       ฉันได้มีโอกาสเดินชมรอบๆวัด ก็เห็นว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอีก อาทิ อาคาร Daewoongjeon ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัด เป็นสถานที่ที่ใช้ทำกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ด้านหน้าอาคารจะมีเจดีย์สามชั้นตั้งอยู่ เป็นเจดีย์หินที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน
       
       นอกจากที่จะมาไหว้พระที่วัดพงอึนซาแล้ว ฉันยังได้เข้าร่วมอีกหนึ่งกิจกรรมที่นับว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวเกาหลีด้วย นั่นคือ พิธีชงชา เป็นพิธีตามประเพณีโบราณที่เรียกว่า ดาโด (Dado) ซึ่งมีพิธีการมากมาย ตั้งแต่ การรินชา การพับผ้า วนกาน้ำ แยกกาน้ำชา การรินชาให้แขก ซึ่งผู้ที่มาสาธิตการชงชาในวันนี้ เป็นอาสาสมัครของวัด ที่มาเผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีงามของชาวเกาหลีให้คนต่างชาติได้รับรู้

พิธีชงชา

       ออกจากวัดมาแล้ว ฉันก็ขอทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีด้วยการไปช้อปปิ้งเสียหน่อย ซึ่งคราวนี้ฉันขอเลือกไปที่ ตลาดเมียงดง (Myeongdong) หนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่เป็นที่นิยมของชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลาดแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมแฟชั่นของเกาหลีเลยทีเดียว เพราะขายทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ของกระจุกกระจิกอื่นๆ อีกมากมาย
       
       บริเวณตลาดก็จะเป็นซอกซอยแยกกันไปซ้ายขวา สองข้างทางก็มีของกินเล่นมาขายเป็นระยะๆ ที่ฮิตที่สุดเห็นจะเป็นไส้กรอกแบบเกาหลีที่ทอดกันใหม่ๆ มีคนมาต่อแถวยาวเหยียด จนฉันที่คิดจะลองกินดูสักครั้งต้องยอมยกธงขาว เดินช้อปปิ้งต่อไป

ร้านรวงต่างๆ ในเมียงดง

       ทั้งเมื่อย ทั้งเหนื่อยกับการเดินช้อปปิ้งแล้ว ก็ได้เวลาลองชิมอาหารเกาหลีแบบเต็มสูตรเสียที มาที่ร้านโคเรีย เฮ้าส์ (Korea House) เป็นร้านอาหารเกาหลีแท้ๆ จุดเด่นในการตั้งโต๊ะอาหารเกาหลีคืออาหารจานต่างๆ ถูกนำมาจัดวางในคราวเดียวกัน ทั้งเครื่องเคียง ข้าว และอาหารจานอื่นๆ จนเต็มโต๊ะ ดูละลานตาไปหมด
       
       นอกจากจะได้กินอาหารเกาหลีแท้ๆ แล้ว ที่โคเรีย เฮ้าส์ ก็ยังมีจัดให้มีการแสดงแบบเกาหลี ภายในโรงละครของร้าน ซึ่งจะมีให้ดูหลากหลายการแสดงภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง อย่างเช่น การระบำพัด การเล่นเครื่องดนตรีเกาหลี การตีกลองรูปแบบต่างๆ

การแสดงที่ Korea House

       ในยามค่ำคืนของโซล ก็เหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วไป ที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟตลอดทั้งคืน ฉันเลือกจะชมเมืองโซลในยามค่ำคืนที่ หอคอยโซล (N Seoul Tower) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงโซล ในบางครั้งจะเรียกหอคอยนี้ว่า นัมซานทาวเวอร์ (Namsan Tower) เนื่องจากตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน ตัวหอคอยมีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร ภายในมีทั้งจุดชมวิว ภัตตาคาร และพิพิธภัณฑ์
       
       ภูเขานัมซาน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ตรงเนินเขาจะมีสวนนัมซาน ซึ่งเป็นสวนสำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทั่วไป มีลานแสดงกลางแจ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ส่วนการเดินทางขึ้นไปยังหอคอยโซลนั้น สามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าจากเนินเขา หรือถ้าอยากออกกำลังกายก็สามารถเดินขึ้นไปก็ได้ ส่วนฉันขอใช้บริการรถบัสที่โดยสารมาทั้งวันพาขึ้นไปยังจุดจอดรถด้านบนจะดีกว่า


N Seoul Tower ในยามค่ำคืน

       จากที่จอดรถ เดินขึ้นเขาพอหอบน้อยๆ ก็ขึ้นมาถึงลานกว้างด้านหน้าหอคอยพอดี ก่อนจะเข้าไปในหอคอยฉันก็เหลือบไปเห็นทางด้านซ้ายมือ ที่มีแม่กุญแจนับไม่ถ้วนถูกลคล้องไว้กับเสาและกำแพงตาข่าย ถ้าจะให้ฉันนับจำนวนแม่กุญแจพวกนั้นก็คงจะไม่ไหว เอาเป็นว่าแทบจะไม่เหลือที่ว่างให้ฉันเข้าไปคล้องบ้างเลยก็แล้วกัน
       
       แม่กุญแจพวกนี้มาจากความเชื่อของคู่รักชาวเกาหลี (และชาวต่างชาติ) ว่าให้เขียนชื่อตัวเองกับคนรักไว้บนแม่กุญแจ แล้วนำไปล็อคไว้ จากนั้นก็โยนลูกกุญแจทิ้ง เป็นเคล็ดว่ารักเราทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่มีใครมาพลัดพราก แต่เสียดายที่ฉันไม่ได้ไปเป็นคู่แบบคนอื่นเขา เลยไม่ได้ไปคล้องกุญแจกับใครเลย
       
       ในช่วงหัวค่ำ นักท่องเที่ยวจะลงมารวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างด้านหน้าหอคอย เพื่อชมการแสดงแสงสีเสียง ที่จะยิงเลเซอร์รูปต่างๆ ขึ้นไปสะท้อนกับตัวหอคอย พร้อมกับน้ำพุที่ผุดขึ้นมาจากพื้น ฉันว่างานนี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็คงจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปตามๆ กันเป็นแน่ เพราะมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมาเป็นระยะๆ

 
ภาพมุมสูงของกรุงโซลจาก N Seoul Tower

       ปิดท้ายค่ำคืนแสนสุขในโซล ด้วยการแสดง Jump หนึ่งในการแสดงชื่อดังของเกาหลี ที่มีการเดินสายโชว์ไปเกือบรอบโลก Jump เปิดการแสดงในเกาหลี 2 ที่ คือที่กรุงโซล และพูซาน โดยที่โซลจะเปิดการแสดงที่ตึก Jongno Cinecore
       
       Jump เป็นการแสดงที่นำเสนอศิลปะการต่อสู้ของเกาหลี อย่าง เทควันโด เทคยอน และศิลปะการป้องกันตัวรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกังฟู, คาราเต้, คาโปเอร่า ผสมผสานเข้ากับมุกตลกขำขันในแบบคอเมดี้โชว์

 
บรรดาแม่กุญแจที่ถูกคล้องไว้บน N Seoul Tower

       ระหว่างที่ชมการแสดง แสดงหัวเราะของผู้ชมก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ เพราะถึงแม้จะเป็นการแสดงที่ไม่ได้ใช้คำพูดในการสื่อสาร แต่นักแสดงจะใช้การสื่อสารด้วยสีหน้าและท่าทาง ที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจ และมีอารมณ์ร่วมไปกับทุกๆ ฉากในการแสดง
       
       จบจากการแสดงแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่เสียที เพราะที่หมายต่อไปของฉันก็คือ เกาะเชจู… (อ่านต่อตอนหน้า)
 
ส่วนหนึ่งในการแสดง Jump

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีเพิ่มเติมได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี โทร.0-23542080-1 หรือที่เว็บไซต์ www.kto.or.th

ที่มาข้อมูล : http://www.manager.co.th

Comments
เพิ่มคอมเม้นค้นหา
Write comment
Name:
Email:
 
Website:
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil:
:silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P
:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Security Image
กรุณาป้อนรหัสป้องกัน โดยใส่รหัสตามรูปภาพที่เห็น. (Please input the anti-spam code that you can read in the image.)
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร
 

Join us on Facebook

Please wait..10 Seconds Cancel