ฟื้นฟูร่างกายด้วย "ไทเก็ก" พิมพ์ อีเมล์

      “ไทเก็กคืออะไร” ไทเก็ก คือ มวยจีนชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กำลังภายใน ต่างกับมวยจีนเส้าหลินที่ใช้กำลังภายนอก เน้นความรุนแรง

Image 

      ไทเก็ก เริ่มจากประเทศจีน มีประวัติอันยาวนานกว่าพันปีมาแล้ว เป็นกายบริหารอย่างหนึ่งที่คนจีนนิยมฝึกกัน เพราะเป็นการบริหารที่นุ่มนวล ไม่ออกแรงหักโหม แต่มีความต่อเนื่องลื่นไหลเป็นท่ารำ จึงเรียกกันว่า “รำมวยจีน” เป็นการประสานเอารักษาโรค และการออกกำลังกายเข้าด้วยกัน เป็นวิธีการกระตุ้นศักยภาพในร่างกายของคน

      1. ไทเก็ก เป็นวิธีบริหารร่างกายที่สมบูรณ์แบบเพื่อสุขภาพที่ดีเลิศ
      2. ไทเก็ก เป็นกุศโลบายแห่งการฝึกจิตใจให้เป็นสมาธิ
      3. ไทเก็ก ช่วยบำบัดโรคภัยได้หลายๆ ชนิด
      4. ไทเก็ก เป็นกีฬาเพื่อการแข่งขัน
      5. ไทเก็ก เป็นศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกัน (ต้องฝึกแบบต่อสู้ต่างหาก)

      การรำไทเก็กประกอบด้วยวิธี ดังนี้
      1. การปรับทางกายโดยใช้ท่าต่างๆ
      2. ปรับทางจิตใจโดยผ่อนคลาย, ปล่อยใจให้ว่างและสงบ
      3. ปรับลมหายใจทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลในทุกด้าน จึงไปเพิ่มสมรรถนะในการต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

      ลักษณะของการฝึกมวยไทเก็ก คือ หากดูคนที่ฝึกจากภายนอกของเขา จะเห็นลักษณะ นิ่ง สงบ แต่ที่จริงแล้วการเคลื่อนไหวภายในนั้นรุนแรงมาก เช่น การยืดหดของกล้ามเนื้อ กระบังลม ที่เพิ่มขึ้นจากการหายใจลึก ทำให้หลอดเลือดขยาย ปรับระดับการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต อวัยวะภายในช่องท้องก็มีการเคลื่อนไหว ซึ่งเสมือนเป็นการนวดภายในอย่างหนึ่ง ทำให้อวัยวะมีการทำงานและได้เสริมสมรรถภาพ สมกับคำว่า “กำลังภายใน” ที่แท้จริง

      ไทเก็กจึงมีผลค่อนข้างดีต่อการรักษาโรคเรื้อรังได้หลายชนิด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ วัณโรค หืดหอบ โรคกระเพาะ ลำไส้ ตับอักเสบเรื้อรัง โรคประสาท ท้องผูก ปวดหลัง ปวดเอว ไขข้ออักเสบ เป็นต้น
องค์การอนามัยโลกของสหประชาชาติ ได้ชี้แนะไทเก็ก เป็นกายบริหารที่เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสภาพของหัวใจแบะปอด และประกาศเป็นทางการแนะนำให้ชาวโลกใช้บริหารกายไทเก็ก ฝึกฝนหัวใจและปอดให้แข็งแรง
ไทเก็ก ได้ขยายกว้างไปทั่วโลก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นอาทิตย์อุทัย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี พ่อค้า ประชาชนทั่วไป จนกระทั่งเด็กนักเรียน ล้วนทำการฝึกไทเก็กเป็นการบริหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ นักกีฬาไทเก็กของญี่ปุ่นเป็นคู่แข่งการชิงเหรียญทองไทเก็กของนักกีฬาไทเก็กจีน

      มวยจีนไทเก็ก ไม่เฉพาะเป็นกายบริหาร ยังเป็นเกมส์กีฬาที่แข่งขันด้วย โดยเป็นเกมส์แข่งขันของ เอเชี่ยนเกมส์ และ World Cup และกำลังมุ่งสู่โอลิมปิก เหรียญทอง เงิน และทองแดงต่างๆ กระจายไปจากจีน ญี่ปุ่น เอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ

      เนื่องจากไทเก็กมีท่ามากถึง 81 ท่า ซึ่งยากแก่การฝึกซ้อม จึงมีกายบริหารแบบ “ไทเก็กชี่กง” เกิดขึ้น ดัดแปลงเอาการฝึกหายใจแบบ ชี่กง มาประสานกับท่าของไทเก็กเป็น “ไทเก็กชี่กง” 18 ท่า ซึ่งง่ายแก่การฝึกซ้อมโดยผู้เริ่มฝึกจะทำได้เอง โดยไม่ยากนัก และมีผลเดียวกับมวยจีนไทเก็ก ขณะนี้นอกจากนิยมในจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ยังนิยมที่ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย โดยเฉพาะภายใต้บ้านเรา
 เนื่องจากไทเก็กท่าทีนุ่มนวล ไม่ออกแรงหักโหม จึงไม่มีข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยทั่วไป สำหรับผู้ฝึกที่มีโรคอยู่ หรือสุขภาพไม่แข็งแรงพอนั้น เลือกฝึกเฉพาะบางท่าก็ได้ ไทเก็กฝึกได้ทั้งเด็ก และคนชราไม่จำกัดอายุ

      คุณประโยชน์ของการออกกำลังกาย มวยไทเก็ก
      ชาวยุโรปได้ให้ความยอมรับว่า มวยไทเก็กเป็นศิลปะการออกกำลังกายที่ดีที่สุด และองค์การสหประชาชาติก็ยังได้สรุปเพิ่มเติมว่ามวยไทเก็กเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับปอดและหัวใจ มวยไทเก็กจึงมีคุณประโยชน์หลายประการต่อสุขภาพ ดังนี้
      1. ระบบการเต้นของหัวใจมีความสม่ำเสมอในระดับ 100 ครั้ง/นาที เป็นเวลานานติดต่อกันได้ถึง 25-45 นาที
      2. การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นไปอย่างสม่ำเสมอกันโดยตลอด
      3. ผ่อนคลายข้อต่อ และเส้นเอ็นของร่างกายทุกส่วน
      4. เลือดไปหล่อเลี้ยงระบบการหมุนเวียนของเส้นโลหิตฝอยได้ทั่วร่างกายซึ่งช่วยในการรักษาโรค
      5. มีสมาชิกและความสงบในความเคลื่อนไหว
      6. เป็นกีฬาที่ไม่มีการบาดเจ็บ
      7. ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จิตใจเบิกบานแจ่มใส สุขภาพแข็งแรง

Image

      การรำไทเก็กในจังหวัดอุดรธานี นั้น มีการรำทุกวันช่วงเช้าบริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ อำเภอเมืองอุดรธานี โดยมีคุณจงจิต ศรีหล่มสัก เป็นประธานชมรมไทเก็ก


  Untitled Document
     คุณจงจิต ศรีหล่มสัก ประธานชมรมไทเก๊กจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบัน อายุ 65 ปี รำไทเก็กตั้งแต่อายุ 32 ปี ได้กล่าวถึงการรำไทเก็กในจังหวัดอุดรธานีว่า “ไทเก็กจังหวัดอุดรธานีเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเมื่อ 5-6 ปีก่อน เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง มีปัญหาด้านความดันต่ำ นอนไม่หลับ โรคไขข้อ โรคหัวใจ จึงได้มีญาติที่กรุงเทพฯ แนะนำให้ไปรำไทเก็ก ช่วงแรกๆ ที่ไปเรียนรู้สึกท้อเพราะร่างกายยังปรับสภาพไม่ได้จนคิดจะเลิกแต่เนื่องจากขัดญาติไม่ได้จึงต้องไปเรียนเรื่อยมาจนร่างกายสามารถปรับสภาพได้ หลังจากนั้นได้ไปเป็นวิทยากรให้ความรู้กับคนไข้ หลังจากเรียนรำไทเก็กที่กรุงเทพจนชำนาญแล้ว จึงได้มาสอนให้กับชาวอุดรธานี ช่วงแรกๆ ชาวอุดรไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ต้องขับรถไปรับหลังจากรำเสร็จแล้วก็ไปส่ง ผู้ที่เริ่มเรียนรำไทเก็กจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนร่างกายจึงจะปรับสภาพได้ ซึ่งหลังจากคนที่มาเรียนจนชำนาญและเห็นประโยชน์จากการรำไทเก็ก ก็มีการบอกต่อกัน จนปัจจุบันมีผู้มารำไทเก็กมากขึ้นประมาณกว่า 60 คน”
     คุณดรุณี สวัสดิ์กุลดิลก สมาชิกชมรมไทเก๊กจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันอายุ 71 ปี “รำไทเก็กมากว่า 30 ปีแล้ว เนื่องจากมีโรคประจำตัว คือ โรคพากินสัน หลังจากรำไทเก็กแล้วรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก แต่ก็ยังต้องพึ่งพายารักษาอยู่ ซึ่งเชื่อว่าการรำไทเก็กช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น”
     คุณธราภร เจนธนกิจ สมาชิกชมรมไทเก็กจังหวัดอุดรธานี “โรคประจำตัวคือมีหินปูนเกาะที่คอ และกระดูกทับเส้นประสาท ต้องไปพบหมอเป็นประจำ การรำไทเก็กช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น”
     คุณแน่งน้อย ลีวัจนกุล สมาชิกชมรมไทเก็กจังหวัดอุดรธานี อายุ 59 ปี “รำไทเก็กมา 8 ปีแล้ว ซึ่งถูกซักชวนมาจากรุ่นก่อตั้ง การรำไทเก็กจะทำให้ขาจะแข็งแรงมาก ในผู้สูงอายุเวลาเดิน หรือวิ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะล้มง่ายแต่หากได้ฝึกรำไทเก็กจะทำให้ขาแข็งแรงขึ้นมาก นอกจากรำไทเก็กแล้วได้ฝึกลมปราณไปด้วย นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ได้พบปะเพื่อนฝูงทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นด้วย”
     พันตำรวจโท โกศล ยะคะเสน สมาชิกชมรมไทเก็กจังหวัดอุดรธานี อายุ 77 ปี “รำไทเก็กมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ออกกำลังกายโดยรำไทเก็กเป็นประจำทุกวัน ซึ่งได้ประโยชน์จากการรำไทเก็กมาก ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น สุขภาพจิตสดชื่นแจ่มใส”
     ด้าน 3 สาว สมาชิกชมรมไทเก็กจังหวัดอุดรธานี คุณปราณี เจริญสุดธิโยธิน, คุณพรรณธิวา พรโชติทวีทรัพย์, คุณสุกัลยา ขำดี “แรกๆ สุขภาพไม่ดี ส่วนใหญ่จะเจ็บหัวเข่า ปวดขา จึงได้ชักชวนมารำไทเก็ก แรกๆ จะรู้สึกเจ็บขามาก แต่หลังจากที่พยายามฝึกฝนรำไทเก็กจนทำให้ร่างกายเข้าที่ ก็ทำให้ร่างกายดีขึ้น สุขภาพดีขึ้นจากที่เจ็บหัวเข่า ปวดขา อาการ
     คุณเกื้อกูล อาชาอภิสิทธิ์ สมาชิกชมรมไทเก๊กจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันอายุ 78 ปี “รำมวยไทเก็กมากว่า 30 ปี แรกๆ ที่รำรู้สึกเมื่อยและปวดขามาก แต่ตอนหลังร่างกายแข็งแรงขึ้น หลังจากนั้นก็มารำมวยไทเก็กเป็นประจำ”
     คุณธีรพล พรโชติทวีทรัพย์ สมาชิกชมรมไทเก๊กจังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันอายุ 64 ปี “รำมวยไทเก็กมากว่า 5 ปี แล้ว ช่วงแรกร่างกายปรับตัวไม่ได้ก็รู้สึกฝืนๆ แต่หลังจากฝึกฝนจนชำนาญในช่วง 1 ปีแรก ร่างกายก็ดีขึ้น ปีที่ 2 เริ่มติดแล้วหลังจากนั้นก็มาทุกวัน ตอนแรกๆ ขาไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ตอนนี้กำลังขาดีมาก เรียกได้ว่า การออกกำลังกายที่ดีที่สุดของผู้สูงอายุคือ การรำมวยไทเก็ก เพราะไม่ต้องใช้กำลังอย่างหักโหม แต่ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน”

      ขอเชิญชวนชาวอุดรธานี มารำมวยไทเก็ก เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพจิตและสมาธิดีขึ้น ชมรมไทเก็กจังหวัดอุดรธานี รำทุกวัน ช่วงเช้าประมาณ 05.30 น. ฝึกซี่กงก่อน และจากนั้นก็เริ่มรำไทเก็ก 3 ชุด ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 1 ชั่วโมง ผู้ที่สนใจเชิญมาออกกำลังกายร่วมกันได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นสถานที่รำมวยไทเก็ก บริเวณด้านในสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี




Comments
เพิ่มคอมเม้นค้นหา
Write comment
Name:
Email:
 
Website:
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil:
:silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P
:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Security Image
กรุณาป้อนรหัสป้องกัน โดยใส่รหัสตามรูปภาพที่เห็น. (Please input the anti-spam code that you can read in the image.)
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร