โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล พิมพ์ อีเมล์

          โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล เป็นโรงเรียนสหศึกษา ระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 77 ถนนศรีสุข ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000

Image
"นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา (แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี)"
 สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

  • ตราประจำโรงเรียน : เป็นรูปคบเพลิง ประกอบเปลวไฟฉายรัศมี

ด้านล่างมีแพรอักษรคำขวัญประจำโรงเรียน "นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา" (แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี) มีความหมายถึงผู้มีปัญญาเปรียบเสมือนมีแสงสว่างส่องนำทางชีวิตให้ก้าวไปถึงจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ

  • คติธรรม : "นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา" (แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี)
  • คติพจน์ : "อุดรพิทย์คือผืนนา ลูกศิษย์ลูกหาคือต้นกล้า มวลประชา ครูอาจารย์ ลูกจ้าง คือน้ำและปุ๋ย"
  • สีประจำโรงเรียน มี ๒ สี คือ :

              สีน้ำเงิน - สีแห่งความหนักแน่น เข้มแข็ง กล้าหาญ อดทน

              สีชมพู - สีแห่งความรัก สุภาพ อ่อนน้อม

              สื่อให้เห็นว่า "ลูกน้ำเงินชมพู ต้องเป็นผู้มีความน่ารัก สุภาพอ่อนน้อม หนักแน่น เข้มแข็ง กล้าหาญ และอดทน"

  • ต้นไม้และดอกไม้ประจำโรงเรียน : ต้นตะแบก และดอกตะแบก
 

ประวัติโรงเรียน

       ชื่อ "อุดรพิทยานุกูล" มีปรากฏครั้งแรกในใบบอกมณฑลอุดรที่ ๑๒๑/๑๒๐๗ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ร.ศ.๑๒๑ ที่พระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลอุดร กราบทูลสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอถวายพระราชกุศลในการจัดสร้างโรงเรียนหนังสือไทยบ้านหมากแข้ง

ช่วงที่ ๑ : จากโรงเรียนหนังสือไทย สู่ โรงเรียนประจำมณฑล

       ซึ่งโรงเรียนหนังสือไทยที่แต่เดิมพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (ในขณะนั้น) ทรงสร้างไว้นั้นเกิดเพลิงไหม้ การฝึกสอนนักเรียนต้องอาศัยสอนอยู่ที่เรือนพักข้าราชการ พระองค์เจ้าวัฒนาจึงได้ให้พนักงานจัดสร้างโรงเรียนขึ้นที่ด้านเหนือที่ว่าการมณฑลข้างวัดมัชฌิมาวาส เป็นอาคารหนึ่งหลัง ยาว ๑๐ วา ๒ ศอก กว้าง ๔ วา พื้นกระดาน ฝากระดานมุงแฝก

       ครั้นวันที่ ๒๐ กันยายน ร.ศ.๑๒๑ พระองค์ได้อาราธนาพระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์ แล้วในวันรุ่งขึ้น ได้ถวายอาหารบิณฑบาตเป็นการฉลองโรงเรียน โดยพระวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ได้ประทานนามโรงเรียนนี้ว่า "โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล" และได้เปิดสอนนักเรียน ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ร.ศ.๑๒๑ (พุทธศักราช ๒๔๔๕) เป็นต้นมา

       ในโอกาสเดียวกัน ข้าราชการ พ่อค้า ราษฎร ได้พร้อมใจกันออกเงินบำรุงอุดหนุนซื้อเครื่องเล่าเรียน วัสดุใช้สอยในโรงเรียน และเป็นค่าจ้างครูสำหรับสอนนักเรียน รวมเงิน ๑,๑๔๖ บาท ๒๔ อัฐ ผู้ที่ออกทรัพย์ได้พร้อมใจกันขอพระราชทานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระองค์ทรงอนุโมทนาในการกุศลนี้ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๙ หน้า ๗๓๙ ฉบับวันที่ ๑๔ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๑นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานที่มีการออกทรัพย์และบริจาคทรัพย์เพื่อบำรุงโรงเรียนเรื่อยมา ทั้งใน ร.ศ. ๑๒๖ ร.ศ. ๑๒๙ และใน พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นต้น อุดรพิทยานุกูลจึงเป็นอนุสรณ์ที่เกิดจากแรงศรัทธา แรงใจและแรงกาย ซึ่งได้เป็นที่อาศัยศึกษาหาความรู้ของบุตรหลานในมณฑลอุดรและใกล้เคียงในฐานะโรงเรียน ประจำมณฑลอุดรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ช่วงที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๕๑๐) : ศรีสุขสุขีแล้ว เพริศแพร้วพิทยา

       เมื่อเวลาผ่านไปสถานที่เรียนเริ่มคับแคบจึงได้ย้ายมาอยู่ที่ตั้งปัจจุบันนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๗๘ โดยมี ม.ล.มานิจ ชุมสาย ข้าหลวงมณฑล อุดรธานีในสมัยนั้น เข้าดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ณ ที่ตั้งแห่งใหม่เป็นคนแรก มีการสร้างอาคารเรียนหลังแรก เป็นอาคารไม้ใต้ถุนโล่ง ลักษณะเป็นรูปตัวอี สร้างอาคารไม้ ๒ ชั้นจำนวน ๘ ห้องเรียน โรงฝึกพลศึกษา อาคารห้องสมุด อาคารสังคม และดนตรี หอประชุม และโรงอาหาร (ทั้งหมดนี้รื้อถอนไปหมดแล้วในช่วงต่อมา)

Image
คารรูปตัวอี อาคารแรกในที่ตั้งปัจจุบัน
ช่วงที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๒๐) : สู่ความทันสมัย ก้าวไกลการศึกษา พัฒนาวิชาชีพ

       โรงเรียนเริ่มใช้หลักสูตรโรงเรียนมัธยมแบบประสม แบบ ๑ รุ่น ๒ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตามโครงการพัฒนา การของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณเพื่อก่อสร้างและปรับปรุงอาคารสถานที่ ให้เอื้อต่อการเรียนการสอนทางด้านวิชาชีพ มีการสร้างอาคารเพิ่ม เช่น อาคารวิทยาศาสตร์และห้องสมุด (อาคาร ๕ เดิม) อาคารธุรกิจศึกษา (อาคาร ๒) โรงฝึกพลศึกษา โรงฝึกงานช่างทั่วไป ช่างเขียนแบบ ช่างไฟฟ้าวิทยุ ช่างยนต์และช่างกล (กลุ่มอาคารโรงฝึกงานในปัจจุบัน) รวมทั้งบ้านพักครูและเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ มีการสร้างห้องสุขาเพิ่มเติม และปรับปรุงรั้วและประตูโรงเรียนอีกด้วย มีการสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้น ๒๔ ห้องเรียน (อาคาร ๔ ในปัจจุบัน) โดยได้ดำเนินการก่อสร้างเป็น ๒ ตอน ครึ่งแรกสร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ครึ่งหลังสร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๒๐

       โดยเฉพาะในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ นี้เองโรงเรียนได้รับความกรุณาจากกระทรวงมหาดไทยยกที่ดินบริเวณบ้านพักอัยการพิเศษประจำ เขต ๔ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๑ งาน ๕๐ ตารางวา ด้านทิศตะวันตกของโรงเรียน เพื่อขยายบริเวณที่จะปรับปรุงเป็นสนามกีฬาระดับมาตรฐาน จากนั้นได้ปรับปรุงและสร้างสนามบาสเก็ตบอล อัฒจันทร์เชียร์ และสร้างหลังคาสำหรับทางเดินเชื่อม ระหว่างอาคารเรียนตามลำดับ

ช่วงที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๑ - ๒๕๔๒) : ยุคแห่งพระกรุณา คุณธรรมนำหน้า วิชาตามหลัง

       ได้ดำเนินการสร้างอาคารสหกรณ์โดยได้รับการอนุเคราะห์เงินบริจาคสมทบส่วนหนึ่งจากคณะครู-อาจารย์ และ ผู้ปกครองนักเรียน รวมทั้งอาคารธรรมสถาน หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเป็นอาคารธรรมสถานหลังแรกของประเทศไทยที่สร้างในสถานศึกษาตามนโยบายนำวัดและศาสนาเข้ามาสู่โรงเรียน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแบบแปลนให้แก่ทางโรงเรียน และพระราชทานนามพระพุทธรูปองค์ประธานแห่งธรรมสถานนี้ว่า "พระพุทธศรีอุดรมงคล ทศพลธรรมะประภัสสร" ในช่วงนี้มีการสร้างอาคาร"รัตนโกสินทร์สมโภช ๒๕๒๕" ขึ้น และได้มีการจัดสร้างสนามหญ้าและสวนหย่อมขนาดใหญ่หน้าอาคารรัตนโกสินทร์สมโภชฯ ในบริเวณอาคารไม้รูปตัว อี ที่ถูกรื้อถอนย้ายไปปลูกสร้างใหม่ (อาคาร ๓ ในปัจจุบัน) และได้จัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้ เป็นอาคารห้องสมุดและหอประชุม แล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๕๓๑

       ช่วงนี้มีการสร้างอัฒจรรย์ขนาดใหญ่ด้านทิศตะวันตก และติดตั้งหลอดไฟสปอตไลท์รอบสนามฟุตบอล สร้างทางเดินระหว่างอาคารเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้งบประมาณก่อสร้างอาคารอาคาร ๖ ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกตามแนวรั้วโรงเรียน ด้านถนนอุดรพิทย์ ท้ายที่สุดของช่วงนี้ ได้ก่อสร้างอาคารศูนย์กีฬาแบบมาตรฐาน ในบริเวณอาคารเกษตรและอาคาร คหกรรมเดิม

Image
ภาพถ่ายทางอากาศ ช่วงก่อนฉลองแปดสิบปีอุดรพิทย์
ช่วงที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓ - ปัจจุบัน) : ศตวรรษแห่งปัญญา อนุสรณ์แห่งประชา อุดรพิทยานุกูล

       พ.ศ. ๒๕๔๔ ฉลอง ๑๐๐ ปีอุดรพิทยานุกูล มีการสร้างอาคารโรงอาหารแห่งที่สอง บริเวณหลังโรงฝึกพละศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อสร้างอาคารเรียนสามชั้น บริเวณสนามเทนนิสด้านทิศเหนือ ให้ชื่อว่า "อาคาร ๑๐๐ ปี อุดรพิทยานุกูล" โดยศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกันก่อสร้าง หลังจากนี้ได้มีการรื้อถอนอาคาร ๕ และสร้างอาคารเรียนสามชั้น เป็นอาคารวิทยาศาสตร์ เริ่มใช้ปีการศึกษา ๒๕๔๙ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงทางเดินระหว่างอาคาร ถนนทางเข้า-ออกโรงเรียน และสร้างที่จอดรถเพิ่มเติม รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ศาลพระภูมิประจำโรงเรียนอีกด้วย ล่าสุดได้ปรับปรุงโรงอาหารใหม่ให้เป็นโรงอาหารสองชั้น ปรับปรุงอัฒจรรย์เชียร์และปะรำพิธีบริเวณสนามฟุตบอลแล้ว

       แม้เวลาจะผันผ่านมาถึง ๑๐๖ ปีแล้ว แต่จิตวิญญาณของสถานศึกษาที่ประดุจอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดี ของอาณาประชาราษฎร์ จะไม่มีวันเสื่อมคลาย สมควรที่ชาวอุดรพิทย์ทุกคนจะพึงตระหนักถึง และรู้จักประกอบกิจการงานเพื่อประโยชน์แห่งประเทศชาติ และเกียรติยศศักดิ์ศรีของแผ่นดินน้ำเงินชมพู...ตลอดไป

Image
"ธรรมสถานเอกอาคาร ตระการศักดิ์และศรี ทวีเกียรติทะนง"

Image
อาคารรัตนโกสินทร์สมโภช ๒๕๒๕ (อาคาร ๑)

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอุดรพิทยานุกูล
  • แท้จริงแล้ว ระยะเวลาก่อตั้งของอุดรพิทยานุกูลนั้น ถือเป็นระยะเวลาที่มีหลักฐานปรากฏชื่อ'อุดรพิทยานุกูล'เท่านั้น (คือตั้งแต่ปี 2445)ยังมิได้ร่วมระยะเวลาที่เป็นโรงเรียนหนังสือไทย ซึ่งอาจจะนับไปก่อนหน้านั้นประมาณ 6-7 ปี เนื่องจากอุดรธานีก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2436 ก่อนหน้าสถาปนาโรงเรียน 9 ปีเท่านั้น
  • ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ก็เป็นองค์สถาปนาอีกพระองค์ของอุดรพิทยานุกูลด้วยเช่นกัน และสมควรที่จะระลึกถึงพระองค์ท่านเฉกเช่นพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัฒนา ดังที่โรงเรียนได้จัดพิธีสักการะในวันสถาปนาของทุกปี
  • ก่อนหน้าปี พ.ศ. 2545 โรงเรียนถือเอาวันสถาปนาตรงกับวันที่ 18 กรกฎาคม 2444
  • อักษรย่อที่ปักอกเสื้อของนักเรียนในช่วงแรก คือ อด.1
 
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร