ไหบ้านเชียง พิมพ์ อีเมล์
       แหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์บ้านเชียงจังหวัดอุดรธานี   เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของภาคอีสานตอนบนและเป็นที่รู้จักกันดีในระดับโลก  บ้านเชียงเป็นชุมชนคนก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง   การสืบค้นทางโบราณคดีพบโครงกระดูกมนุษย์มากมาย   พร้อมด้วยเครื่องใช้และภาชนะจำนวนมาก   กำหนดอายุได้กว่า  300  ปี  ก่อนคริสต์ศักราช   ซึ่งมีอายุระหว่าง  4,000-5,600  ปี  นับได้ว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

       ในปัจจุบันมีหมู่บ้านกระจายอยู่ทั่วไป  เป็นหมู่บ้านกลางเก่า  กลางใหม่  ที่มาตั้งบ้านเรือนในช่วง  50-80  ปี  ที่ผ่านมาแต่ยังคงความเป็นชนบท  ยิ่งกิจกรรมที่ชาวบ้านยังคงปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่องนับ  10  ปี  ตั้งแต่มีการขุดพบชุมชนโบราณ  คือ  ดินเผาในแบบของ “บ้านเชียง”  ได้สร้างลักษณะเฉพาะให้กับหมู่บ้านเป็นอย่างมากและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  เป็นที่มาและจุดเริ่มของผลิตภัณฑ์  OTOP  ในเอกลักษณ์ของบ้านปูลู  บ้านคำอ้อ  และบ้านเชียง  อำเภอหนองหาน  จังหวัดอุดรธานี   ซึ่งได้จัดทำของที่ระลึกเครื่องปั้นดินเผา  อาทิเช่น  หม้อ  ไห  แจกันรูปแบบต่างๆ   ที่มีลายเลียนแบบเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดค้นพบบริเวณบ้านเชียง   จำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนในแต่ละวัน

       
ขั้นตอนการปั้นหม้อเริ่มจากการเตรียมดิน  ซึ่งดินที่ใช้มี  2  ลักษณะคือ  ดินเหนียวละเอียดและดินเชื้อ  ดินเหนียวละเอียด  คือดินเหนียวที่ชาวบ้านได้มาจากแหล่งดินใกล้หมู่บ้าน   เมื่อขุดมาได้แล้วจะนำมาผึ่งแดดให้แห้ง   แล้วทุบให้ละเอียด  แยกสิ่งเจือปนจำพวกเศษหินเศษไม้ออก   จากนั้นก็พรมน้ำให้ชื้นคลุมด้วยผ้าพลาสติกทิ้งไว้  2  คืน  ก็นำมาใช้ได้  ส่วนดินเชื้อ   คือดินที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้เครื่องปั้นดินเผาไม่แตกร้าวใน

       
ขั้นตอนการปั้นและการทำดินเชื้อ   เริ่มจากเอาดินเหนียวผสมแกลบในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งเทน้ำลงไปแล้วย่ำให้เข้ากันสนิทจนดินข้น   ปั้นเป็นก้อนกลมๆขนาดผลส้มโอนำไปผึ่งแดดให้แห้ง  แล้วนำไปเผาจนสุก  จากนั้นก็นำมาตำในครกไม้ให้ละเอียดเอาผงดินไปร่อนในตะแกรง  ก็จะได้ดินเชื้อเนื้อละเอียดขนาดเท่าเม็ดสาคูพร้อมที่จะนำไปใช้ปั้น  เมื่อได้ดินเชื้อและดินเหนียวตามต้องการก็จะนำมาผสมกันในอัตราส่วน  1  ต่อ  1  นวดให้เข้ากันแล้วขึ้นรูปโดยใช้หินดุรองเป็นรูปด้านในใช้ไม้ตีด้านนอกตามรูปโค้งของหินดุหลังจากตากแห้งจนได้ที่แล้วก็นำไปเผาด้วยฟางข้าวและไม้ฟืนหรือที่เรียกว่า “เตากลางแจ้ง”  จนสังเกตเห็นดินเป็นสีแดงสุกปลั่ง
       เป็นเครื่องปั้นดินเผาประเภทหม้อไห   เขียนลายเลียนแบบเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเหมือนในอดีต  แต่ละลายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป  เช่น  ลายก้นหอย  ลายรูปสัตว์  และลายตามจินตนาการต่างๆ  วัสดุที่ใช้ในการเขียนลาย   ประกอบด้วยสี (ซึ่งเป็นดินที่นำมาจากหลุมขุดค้นเก่านำมาฝนให้ละเอียดเป็นผงผสมกับกาว  และใช้พู่กันเขียนลายเลียนแบบของเดิม)  การเขียนลายหม้อบ้านเชียงแต่ละใบไม่มีการร่างต้นแบบขึ้นก่อน  ใช้วิธีจดจำลายต่างๆ จากที่พบเห็นเครื่องปั้นดินเผาภายในหมู่บ้าน  นับเป็นความสามารถและความชำนาญเฉพาะของช่างเขียนลายหม้อบ้านเชียง  เครื่องปั้นดินเผาหม้อลายบ้านเชียง  สามารถนำไปเป็นของประดับตกแต่งบ้าน  สถานที่ต่างๆ หรือเป็นภาชนะใส่ของได้   ทำให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงบรรยากาศสมัยบ้านเชียง  ซึ่งหม้อลายบ้านเชียงมิได้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ใด  เป็นภูมิปัญญาของช่างที่นำลายของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงในสมัยโบราณมาเขียนใหม่เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา
 

 

 
 
 
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร