ตั้งคณะกรรมการฯผุดโคราชฮับศูนย์ซ่อมอากาศยานภายใน 2 ปี พิมพ์ อีเมล์

 

 


“คมนาคม”ตั้งคณะกรรมการดันโคราชฮับศูนย์ซ่อมอากาศยาน“ชัชชาติ”สั่งบพ.ร่างเอ็มโอยูบูรณาการทุกหน่วยงาน ตั้งเป้าต้งเป็นรูปธรรมใน 2 ปี

    
       นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานนครราชสีมาและรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนว่า สนามบินโคราชมีศักยภาพทั้งด้านกายภาพแลโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ซ่อมบำรุงอากาศยานและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคเอกชนเห็นด้วยและพร้อมที่จะทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้เปิดเป็นรูปธรรมภายใน 2 ปี โดยเริ่มต้นจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ ซึ่งมีตนเป็นประธานและมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชนเป็นกรรมการ และมอบหมายให้กรมการบินพลเรือน (บพ.) จัดทำร่างเอ็มโอยูความร่วมมือเพื่อลงนามกันภายใน 3 เดือนนี้
      
       “ปัจจุบันศูนย์ซ่อมเครื่องบินยังมีน้อยเพราะมีเทคโนโลยีสูง ใช้เงินทุนมากดังนั้นนโยบายต้องชัดเจนขณะที่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน โดยระยะยาว15-20 ปีจะเห็นว่าหากไทยเป็นฮับด้านนี้จะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องกันได้ ทั้ง ยาง,อิเล็กทรอนิกส์,อะไหล่ เกิดการสร้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพิ่ม จีดีพีของประเทศ ซึ่งปัจจุบันตลาดอุตฯการผลิตและซ่อมชิ้นส่วนอากาศยาน (MRO) ของไทยมีประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เอเชียเป็นตลาดใหญ่ของการเดินทางทางอากาศ และการลงทุนด้าน MRO ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ตลาดใหญ่คือจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย จะทำอย่างไรให้มีไทยด้วยเหมือนที่ไทยผลักดันให้เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ได้สำเร็จ”นายชัชชาติกล่าว
      
       นายวรเดช หาญประเสริญ อธิบดีบพ.กล่าวว่า คณะกรรมการฯจะจัดตั้งได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ส่วนการแก้ไขพ.ร.บ.การเดินอากาศ (ฉบับที่ 1 1) ในการกำหนดผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานและส่วนประกอบต้องมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 โดยเป็นการเพิ่มข้อยกเว้น 3 กิจกรรมที่ไม่เข้าข่ายสัดส่วนดังกล่าวคือ ใช้เทคโลโลยีชั้นสูง, ส่งเสริมการลงทุน,ความตกลงระหว่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกฤษฎีกาหากเห็นชอบจะเสนอครม.และสภาต่อไป
      
       สำหรับสนามบินโคราชมีพื้นที่ทั้งหมด 4,625 ไร่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้ว โดยได้ใช้พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่สำหรับการบริการเที่ยวบินยังเหลือที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตฯศูนย์ซ่อมได้ โดยกำหนดไว้ว่าจะใช้พื้นที่ด้านข้างจำนวน 605ไร่และ 728 ไร่


ข้อมูลข่าวจาก : ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร