MR2 BORDER STYLE สีขาวคันงาม พิมพ์ อีเมล์




      สูตรสำเร็จของความสวยงาม ภายนอกคงหนีไม่พ้นชุดแต่งแอโรพาร์ทที่ประกอบเข้าด้วยกันอยู่หลายส่วน ตัวกันชนหน้า ฝากระโปรงหน้า สเกิร์ตข้าง กันชนหลัง เจ้าของรถ ได้เลือกใช้ของค่าย BORDER รอบคัน พร้อมกับโป่ง FRONT OVER FENDER และ REAR OVER FENDER เป็นไอเดียจากเจ้าของรถเอง ผสมผสานกับงานฝีมือของสำนัก YATT จึงออกมาสวยอย่างที่เห็น แต่การโป่งแบบนี้ ถ้าจะให้แนบสนิทสวยงามจึงต้องแก้ไขปรับแต่งสเกิร์ตข้างให้ขยายกว้างต่อ เนื่องเสมือนเป็นชิ้นเดียวกัน จากนั้นเพิ่มเติมแรงกดหน้าบริเวณมุมกันชนด้วย CANARS CARBON ด้านข้างเปลี่ยนกระจกมองข้างและช่องดักลมเข้ากรองอากาศ AIR SCOOP จาก BOMEX ด้านบนสปอร์ตด้วยหลังคาแก้ว T-BAR จากโรงงาน ไฟท้ายเปลี่ยนเป็นรุ่นเวอร์ชั่นสุดท้ายของบอดี้นี้ทรง "โดนัท" พร้อมหางหลัง GT WING CABON จาก SARD

      ภายในไม่พลาดกับเบาะ+เกจ์วัด+เครื่องเสียง

      เทรนด์การตกแต่งแบบรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง กับห้องโดยสารพื้นจำกัด พร้อมอุปกรณ์ที่มีมาสำหรับการใช้งานพอสมควร จึงจำเป็นที่ค่ายแต่งต่าง ๆ ผลิตและผลักดันของแต่งมาสนองความสวยงามมีประโยชน์เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมให้ กับรถที่คิดจะแต่งกันจริง ๆ ภายในของคันนี้มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยพวงมาลัยก็เปลี่ยนตามเทรนด์ "ก้านยก" จาก NARDI เบาะคู่หน้าบั๊กเก็ตซีตจาก RECARO รุ่น RAPTOR ปลอดภัยด้วยสายเข็มขัดนิรภัยจาก ABELT.C หัวเกียร์ HKS หน้าปัดเรือนไมล์เปลี่ยนเป็นของ MR2 รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ บนคอนโซลหน้าเรียงแถวด้วยเกจ์วัดจาก DEFI ครบชุด สำหรับวัดบูสต์เทอร์โบ วัดอุณหภูมิไอเสีย วัดอุณหภูมิน้ำ วัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง วัดแรงดันน้ำมันเครื่อง และวัดแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งเกจ์วัดแบบดิจิตอล VSD จากค่ายเดียวกัน TURBO TIMER จาก A'PEXi ส่วนตัวปรับบูสต์ยอดนิยมแบบไฟฟ้าจาก BLITZ รุ่น DUAL SBC จากนั้นอัพเกรดเครื่องเสียงด้วย HEAD UNIT จาก ALPINE CDA-7893R ลำโพงเสียงกลาง-แหลม จาก FOCAL ซับวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว 1 ตัวหลังเบาะนั่งจาก DIGITAL RESEARCH เพาเวอร์แอมป์ 1 ตัว จาก DIGITAL RESEARCH รุ่น RVA-400.4

3S-GTE NON AIR FLOW METER

      ตามสเป็กจากโรงงานโดยเฉพาะรุ่นที่มีหลังคาแก้ว T-BAR เครื่องยนต์ที่ประจำการในรุ่นนี้จะเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ อย่างเทอร์โบมาให้ เนื่องจากโครงสร้างโดยเฉพาะหลังคาแก้ว ในเรื่องของความปลอดภัยและแข็งแรงที่มีน้อยกว่าหลังคาแบบแข็ง แบบรถยนต์ทั่วไป แต่สำหรับคันนี้ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์รหัสเดียวกัน แต่มีระบบอัดอากาศพ่วงมาด้วย 3S-GTE รุ่นที่ไม่ใช้แอร์โฟล์วมิเตอร์ในการวัดปริมาณไอดีก่อนเข้าห้องเผาไหม้แล้ว เป็นรุ่น NON AIR FLOW METER โมดิฟายเล็กน้อยด้วย BLOW OFF VALVE จาก GReddy TYPE R อินเตอร์คูลเลอร์ ชุดคิต ติดตั้งในตำแหน่งเดิม แต่จะมีขนาดที่ใหญ่และหนาขึ้นจาก TRUST ระบบจุดระเบิดรองรับอุณหภูมิได้สูงขึ้นจาก NIPPON DENSO แบบ IRIDIUM เบอร์ 8 สายหัวเทียน SPLITFIRE ระบบไอเสีย ชุดคิตอีกเช่นกันที่เจ้าของภูมิใจเสนอจากค่าย GARAGE SPL รุ่น DEPARTURE ซึ่งสำนักนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการโมดิฟายเครื่องยนต์ พร้อมชุดแต่งสำหรับ MR2 โดยเฉพาะระบบส่งกำลังแบบธรรมดา 5 สปีด รองรับแรงบิดเยอะขึ้นได้ด้วยชุดคลัตช์ของ TRD แบบ SINGLE PLATE

      ช่วงล่าง TEIN +CUSCO ล้อหน้า-หลัง ความเหมือนที่แตกต่าง...

      ช่วงล่างปรับเซ็ตตามการใช้งานในรูปแบบ STREET ด้วยโช้คอัพแบบสตรัทปรับเกลียวหน้าและหลังของ TEIN TYPE FLEX พร้อมตัวค้ำเบ้าโช้คอัพบนหน้า-หลังจาก CUSCO หนวดกุ้งหน้า FRONT TENSION ROD KIT จาก CUSCO ต่อจากนั้นอัพเกรดระบบเบรกคู่หน้ามาใช้ของรุ่น MR2 TURBO ที่มีขนาดใหญ่กว่า เข้าชุดกับล้อหน้าที่หน้าตาคล้ายกับล้อหลัง แต่พอลองมองกันจริง ๆ มันต่างค่ายกัน โดยล้อหน้าเป็นของ NISMO รุ่น LM GT4 ขนาด 17 x 8.5 นิ้ว ล้อหลังจาก BEE-R รุ่น B5 ขนาด 18 x 9.5 นิ้ว พร้อมกับยาง YOKOHAMA ADVAN NEOVA AD07 ขนาด 215/45 R17 และ 225/40 R18 มาต่อกันที่คันสีเหลืองเพื่อนซี้ทีมเดียวกัน....


ข้อมูลจาก   http://www.sanook.com
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร