ทำความเข้าใจกับนัย และความหมายที่แท้จริงของ Lomography พิมพ์ อีเมล์


ทำความเข้าใจกับนัย และความหมายที่แท้จริงของ Lomography เสียก่อน...ก่อนที่จะกลายเป็นโลมั่ว

นับเป็นความเข้าใจที่ไขว้เขวผิดเพี้ยนอย่างมหันต์ของคนนักถ่ายภาพ(ไทย)หลายๆ คนซึ่งเข้าใจผิดเพี้ยนไปว่า "การถ่ายภาพแนวโลโม่ ก็คือ รูปแบบการเล่นภาพอีกสไตล์หนึ่ง...ซึ่งจะต้องเป็นภาพที่มีสีสันแบบเพี้ยนๆ จัดๆ แป๊นๆ ฯลฯ อะไรประมาณนั้น?” และพยายามที่ปรับภาพให้มีสีสันออกไปในทำนองนั้น แล้วมักจะนำมาโพสต์โชว์กันว่า "นี่แหละ..ภาพสไตล์โลโม่" ล่ะ

ซึ่ง..หากบรรดาท่านๆ เหล่านั้นได้ศึกษาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็จะเข้าใจได้กระจ่างว่า แท้ที่จริงแล้วคำว่าการถ่ายภาพแบบ "Lomo" หรือ "ภาพแนว Lomography" นั้น โดยนัยที่แท้ที่จริงแล้ว...หมายความว่าอย่างไร?


มาทำความเข้าใจกับคำว่า Lomography หรือ LOMO กันก่อน


LOMO โดยนัยดั้งเดิม ก็คือ เดิมทีนั้นเป็นเพียงชื่อยี่ห้อ(ต้นตำรับ)ของกล้องป็อกแป้กราคถูกๆ คุณภาพต่ำๆ จากสหภาพโซเวียต ซึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยนโยบายของทางการ ของสหภาพโซเวียตตั้งแต่ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว
(โดยมีวัตถถุประสงค์เพื่อการเก็บภาพในสมรภูมินั่นเอง และต่อเนื่องมาจนถึงยุคสงครามเย็น โดยทางสหภาพโซเวียตได้มีเป้าประสงค์ที่จะให้ประชาชนชาวสหภาพโซเวียต ได้เก็บบันทึกเหตุการณ์ทั่วๆ ไปของบ้านเมืองในแต่ละช่วงเวลา ฯลฯ)


ทำไม?...ภาพที่ได้จากกล้องโลโม่จึงมีลักษณะเช่นนั้น?


ดั่งที่หลายๆ คนมักจะเข้าใจผิดๆ ว่า เจตนาในการผลิตกล้องฯ ขึ้นมาก็เพื่อ "ต้องการให้มีลักษณะภาพ..เป็นเช่นนั้น"

แต่.."เหตุผล(ปัจจัย, ตัวแปร)ที่แท้จริง ซึ่งทำให้เกิดภาพในลักษณะ และคุณภาพภาพเป็นเช่นนั้น" ก็คือ เป็นเพราะด้วยข้อจำกัดของกล้องนั่นเอง กล่าวคือ "เนื่องจากความด้อยคุณภาพของชิ้นเลนส์ ตลอดจนวัสดุที่ใช้ในการผลิตคุณภาพต่ำมากๆ นั่นเอง ฯลฯ"


วัตถุประสงค์ในการผลิตขึ้นมา

ขอเพียงให้สามารถเก็บภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ได้ แค่เพียงต้องการให้รู้ว่า ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? อย่างไร? กับใคร? ฯลฯ เท่านั้นก็พอ

..................


* ผมได้เคยเขียน "ที่มา ที่ไป..ของกล้องโลโม่" เพื่ออธิบายให้กับผู้ที่เข้าใจผิดเพี้ยน(บางท่าน)ในเว็บๆ หนึ่ง


ตำนานของกล้อง LOMO #1


ตำนานของกล้อง LOMO นั้นจริงๆ แล้วเป็นผลผลิตทางการทหารของสหภาพโซเวียต สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาโน่นแล้ว

กล่าวคือ ทางการทหารของสหภาพโซเวียตได้เป็นผู้สั่งให้มีผลิตขึ้นมาเพื่อทางการทหารโดยเฉพาะ นั่นคือ เพื่อนำไปใช้ถ่ายภาพ "ทำการรบ" ในช่วงสงครามครั้งที่ 2

ดังนั้น จึงเป็น "โครงการการผลิต" ที่จะต้องเน้นให้มีส่วนประกอบต่างๆ ที่ต่างๆ ให้น้อยที่สุด ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เรียบง่ายที่สุด(ไม่ซับซ้อน..เพื่อการซ่อมบำรุงรักษาที่ง
่ายที่สุด) ที่สำคัญ คือ เน้นเรื่องความทนทาน (หากใครเคยเล่นกล้องของสหภาพโซเวียต เช่น Zenith หรือ กล้องของเยอรมันตะวันออก เช่น Bronnica, Praktica ย่อมเข้าใจดี) และ ที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง ก็คือ จะต้องมีราคาถูกที่สุด (ทั้งตัวกล้องและฟิล์ม)

ทั้งนี้ทั้งนั้นมิได้มุ่งหวังในด้านในเรื่องคุณภาพภาพเท่าใดนัก (ต้องการเพียงแค่ให้ดูรู้เรื่อง "ว่าอะไรเป็นอะไร" ก็พอแล้ว

ในช่วงสงครามมีหลายบริษัทด้วยกันที่ผลิตเพื่อป้อนให้กับกองทัพของสหภาพโซเวียต...จำน
วนมาก

ภายหลังสงคราม...จึงกลายเป็นสินค้าตกค้าง และได้กระจายไปทั่วโลก


ตำนานของกล้อง LOMO #2 และ ประวัติความเป็นมาของภาพแบบ Lomography


เกิดขึ้นวันหนึ่ง ณ เมือง St. Petersburg ในปี 2525 (1982) นายพล อีกอร์ เปรโตรวิช คอร์นิสกี้ ซึ่งเป็นมือขวาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอุตสาหกรรมของสหภาพโซเวียตรัสเซียใ

นขณะนั้น ได้นำเอากล้องญี่ปุ่นตัวหนึ่งชื่อว่า Cosina CX-1,CX-2 มาให้กับสหายในพรรคคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า นาย มิเชล พาฟิโลวิช พาฟิลอฟ นาย พาฟิลอฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงงาน lomo ที่ผลิต len และ อาวุธของรัสเซีย ทำการตรวจสอบกล้อง cosina นี้อย่างละเอียด แล้วพบว่ามันประกอบไปด้วย len ที่ไวแสงและคมชัด กับบอดี้ที่ทนทานแข็งแรง เขาทั้งสองท่านนี้ได้เห็นประโยชน์และความสำคัญของกล้องเล็กๆ ประเภทนี้ จึงได้สั่งให้ก๊อป+++และพัฒนาในเรื่องของ design และผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เจตนารมณ์ในการสร้างก็เพื่อให้ชาวคอมมิวนิสต์ทุกคนมีไว้ติดตัวไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำหรับการบันทึกภาพวิถีชีวิต รวมทั้งภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในระยะเวลานั้น

หลังจากนั้น LOMO LC-A จึงได้ถูกผลิตออกมาอย่างมากมาย มีการจำหน่ายให้แก่สมาชิกคอมมิวนิสต์ทุกคน ทั้งในรัสเซียเอง และ ที่อื่นๆ เช่น เวียดนาม, คิวบา, เยอรมันตะวันตก ฯลฯ

ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญของ Lomography (ยุคใหม่) ได้เกิดขึ้นที่เมืองปรากปี 1991 ในขณะนั้น Lomo LC-A ได้กลายเป็นของเก่าเก็บในร้านขายของเก่าไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีสายการผลิตอีกต่อไปแล้วคงเหลือตามจำนวนที่ค้างอยู่ใน stock เท่านั้นเอง โดยได้มีนักศึกษาชาวเวียนนา 2 คน ได้ไปพบกล้อง LC-A ที่ร้านของเก่าแล้วซื้อกลับมาเพียงเพื่อถ่ายภาพด้วยความสนุกเท่านั้น พวกเขาได้ลองใช้กล้องนี้ถ่ายในรูปแบบต่างๆ ทุกมุมมองที่พวกเขาถ่ายแทบจะเรียกได้ว่าในทุกๆ สถานที่ หลังจากที่ได้นำ film ล้าง พวกเขาประหลาดใจกับสิ่งที่ได้พบ ทั้งนี้เพราะรูปทั้งหมดได้แสดงอารมณ์ สถานการณ์ ลักษณะภาพในแบบต่างๆ ออกมาได้เป็นที่น่าประทับใจ ชนิดที่พวกเขาทั้งสองไม่เคยได้พบ หรือสัมผัสภาพแบบนี้จากกล้องตัวไหนมาก่อน และหลังจากนั้นพวกเขานึกไปถึงนำ Lomo LC-A และ การถ่ายแบบ Lomograph ออกมาเผยแพร่ จนในที่สุดปัจจุบันนี้ กล้อง Lomo LC-A ถูกผลิตใหม่อีกครั้ง และ ความสำคัญของ Lomographic Society ก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นทุกวัน

ในปัจจุบันได้มีการผลิตกล้อง Lomo ออกมามามากมายหลายแบบด้วยกัน มีทั้งราคาค่อนข้างสูง และราคาถูกๆ


Lomo ยุคใหม่

เมื่อประมาณปี 27 ในต่างประเทศได้เริ่มมีกระแสการถ่ายภาพด้วยกล้อง LOMO กันอีกครั้ง...รวมทั้งมีการมีการกว้านซื้อมานำสะสมกันอีกครั้ง

ดังนั้น...จากกล้องป็อกแป็กโหลๆ คุณภาพเมิ้นๆ ก็เลยกลายเป็นเป็นของหายาก ราคาแพง ไปซะนี่
(อิ อิ..ทำนองเดียวกับกล้องคาลซาย และรถโฟคเต่าของเยอรมันน่ะแหละ)...

ก็พอจะเห็นว่าในต่างประเทศได้มีการตั้งเป็นชมรมสำหรับผู้รักการถ่ายภาพแนว LOMO โดยเฉพาะอยู่พอสมควรเหมือนกัน

สำหรับในเมืองไทยของเราก็พอจะมีให้เห็น "เพียงหร็อมๆ แหร็มๆ" อยู่บ้างเหมือนกัน นิ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรกันนัก


ใครที่สนใจรายละเอียดมากกว่านี้...ก็ลองไปเซิ้บๆ ดูได้จากเว็บข้างล่างนี้ดู เน่อ

http://www.lomoplc.com/
http://thai-hm.com/retro60/
http://www.lomothai.com/
http://www.lomography.com/

หรือ...จะลอง Search หาคำว่า "Lomo" หรือ "Lomo คือ อะไร?" ก็ได้ เน่อ



*ก็อบข้อความซึ่งผมได้เคยเขียนอธิบายไว้..จากอีกเว็บนึง


นัย และนิยามความหมายของคำว่า "ภาพแนว"โลโม่" ก็คือ การเก็บภาพ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย (อาจจะเป็นลักษณะเพื่อต้องการที่จะร้อยเรียงเป็นเรื่องราว หรือ เพียงแค่ต้องการเก็บเป็นที่ระลึกก็ได้)

เช่น เรามีโอกาสเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ มีกล้องป็อกแป้กอยู่หนึ่งตัว เดินไปไหน ยกกล้องขึ้นส่อง "ไม่ต้องเล็ง ไม่ต้อง focus ไม่สนใจองค์ประกอบรูป ไม่สนใจความชัด...สนใจเเค่เพียงรายระเอียดที่พอให้รู้ว่า ใครอยู่ในรูป ที่ไหน อะไร อย่างไรเท่านั้น...ขอเพียงให้ภาพที่เราต้องการเข้ามาอยู่กรอบเท่านั้น..โดยไมจำเป็นว
่าจะต้องได้มุมภาพ และทัศนมิติแจ่ม เจ๋งๆ อะไรหรอก"] หลังจากนั้น...กดโครมๆ ลูกเดียว

กฎ 10 ข้อ และ/หรือ รูปแบบ/ลักษณะ ของการถ่ายภาพแบบโลโม่ ที่แท้จริง
ดังนี้


1. Take camera anywhere you go. :
ควรพกพากล้องไปยังทุกๆ ที่เราไป

2. Use it any time day and night. :
ถ่ายได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน

3. Lomography is not interference of your life, but part of it. :
เป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเรา แต่ไม่ได้ Force หรือ มีผลอะไรมากมาย

4. Try to shot from the hip. :
หามุมมองของตัวเองให้ได้

5. Approace objects of your Lomography desire as colse as possible. :
ยึดหลัก...พยายามเข้าไปใกล้ object ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

6. Don't think :
ถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก

7. Be fast. :
ต้องรวดเร็ว ฉับไว และทันต่อเหตุการณ์เสมอ (สำหรับ Lomography แล้วสิ่งที่เห็นครั้งแรกนั้น มีความสำคัญ และมีความหมายที่สุดเสมอ)

8. You don’t have to know before hand what you capture on film. :
ไม่จำเป็นว่าจะต้องตั้งใจถ่ายเสมอไป อาจจะเป็นการบันทึกเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่โดยที่เราไม่ได้เตรียมการณ์ใดๆ ก็ได้

9. Afterwards either. :
หากเป็นไปได้พยายามให้มีobject(จุดนำ สนใจ) อีกตัวอยู่ข้างหลัง Main object อยู่เสมอ

10. Don't worry about any rules. :
ไม่ต้องไปคำนึงถึงกฎเกณฑ์ หรือหลักการถ่ายภาพใดๆ ทั้งสิ้น...(กดส่งๆ พักเดียว...ไม่ต้องคิดอะไรมาก)

ที่มาข้อมูล : http://www.siamfreestyle.com/forum/index.php?showtopic=677&st=20&p=2566&#entry2566
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร