knowledge-ภาษาอังกฤษ

<p> &nbsp;คำถามที่ผมได้รับบ่อยกว่าคำถามอื่นก็คือ ทำอย่างไรจึงจะเก่งภาษาอังกฤษ จะเริ่มฟื้นภาษาอังกฤษที่ตรงไหน วันนี้ผมขอคุยด้วยตามที่ผมเข้าใจ ถูกผิดประการใด โปรดอภัยและชี้แนะด้วยนะครับ<br /> <br /> ก่อนอื่นต้องพูดว่าคนในโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายดาย รวดเร็ว และดังใจ ผ่านภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาโลก และไม่ว่าเราจะเก่งหรือไม่เก่ง รักหรือไม่รักภาษาอังกฤษ เราก็ปฏิเสธภาษาอังกฤษไม่ได้ ถ้าเราต้องการเป็นทั้งชาวไทยและชาวโลก<br /> <br /> บางท่านอาจจะคิดว่า เราอยู่เมืองไทย &ndash; ทำงานเมืองไทย อาจไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษกับใครเลย ไม่จำเป็นต้องฟังข่าว CNN หรือ BCC และแม้จะฟังเพลงและดูหนังฝรั่งไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย เราไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษแม้แต่ประโยคเดียว เราไม่จะเป็นต้องอ่านภาษาอังกฤษแม้แต่บรรทัดเดียว สรุปก็คือ เราไม่จำเป็นต้องข้องแวะกับการฟัง &ndash; พูด &ndash; อ่าน &ndash; เขียนภาษาอังกฤษแม้แต่นิดเดียว เราก็อยู่ได้และไม่อดตาย !! ที่สำคัญก็คือ ภาษาอังกฤษมิใช่ภาษาของบิดาและมารดาของเรา&hellip;ที่กล่าวมาทั้งย่อหน้านี้ ผมไม่เถียงแม้แต่คำเดียว ถ้าเราพอใจเพียงแค่เป็นชาวไทยเท่านั้น<br /> <br /> แต่ถ้าท่านใดต้องการเป็นทั้งชาวไทยและชาวโลกไปพร้อม ๆ กัน เราก็จำเป็นต้องรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาโลกไปพร้อมๆกัน และภาษาโลกที่สำคัญที่สุด มีชื่อว่า &ldquo;ภาษาอังกฤษ&rdquo;<br /> <br /> โลกแห่งความรู้ ความเพลิดเพลิน โอกาสการมีงานทำ การสร้างธุรกิจ การเดินทาง การรู้จักและคบหามิตรต่างแดน โลกทัศน์ ความก้าวหน้า เรื่องราวหลากหลายของมวลมนุษยชาติ รวมทั้งข้อมูล วิทยาการ ภูมิปัญญา และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน ที่เราสามารถเข้าถึงและจับต้องได้ ต้องเดินผ่านเข้าทางประตูนี้เท่านั้นครับ&hellip; ประตูภาษาอังกฤษ<br /> <br /> อ่านมาถึงบรรทัดนี้ บางท่านอาจจะบอกว่า รู้แล้วล่ะว่าภาษาอังกฤษสำคัญและมีประโยชน์มาก แต่ไม่เห็นตอบคำถามเลยว่า ทำอย่างไรจึงจะเก่งภาษาอังกฤษ?<br /> คำตอบของผมก็คือ เริ่มแรกสุด ท่านต้องถามและตอบตัวเองให้ได้อย่างชัดเจนว่า<br /> - ท่านต้องการฟิตภาษาอังกฤษไปทำไม (สำหรับน้องๆที่ยังเรียนหนังสือ อย่าตอบนะครับ ว่า เพื่อทำข้อสอบส่งอาจารย์ เพราะนี่ไม่อาจนับเป็นคำตอบได้)<br /> - แม้ว่าทุกทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน จะสัมพันธ์กันหมด แต่ท่านคงตอบได้นะครับว่า ท่านจำเป็นต้องเน้นทักษะใดมากที่สุด และเนื้อหาที่ท่านต้องฟิตภาษาอังกฤษนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร<br /> ทั้งสองประเด็นข้างต้น เป็นธงที่เราต้องยึดไว้ให้มั่น เพื่อให้การศึกษาภาษาอังกฤษของเราเป็นไปอย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ เพราะเป้าหมายในการศึกษาภาษาอังกฤษของเราอาจไม่เหมือนของคนอื่น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของใครของมัน ลอกการบ้านกันไม่ได้<br /> <br /> สำหรับการทำให้ตัวเองเก่งภาษาอังกฤษนั้น (ผมกำลังพูดถึงคนไทยที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษมาแต่อ้อนแต่ออก) ก็เหมือนการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ คือ คงยากที่จะให้แต่ละคนเก่งเหมือนๆกัน เนื่องจากคนเราต่างกันอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ พรสวรรค์ โชค และพรแสวง<br /> 1 <span style="color: #cc0000">พรสวรรค์</span> &ndash; เรื่องนี้มีจริงนะครับ ถ้าท่านไม่ได้เกิดเป็นฝรั่งเมื่อชาติที่แล้ว หรือยีนส์เรื่องภาษาที่ติดตัวท่านมาตอนคลอดไม่ได้ก้อนใหญ่เป็นพิเศษ ความสามารถด้านการเรียนภาษาอังกฤษของท่านก็คงจะอยู่ในระดับกลาง ๆ เหมือนคนไทยทั่วๆไป เพราะฉะนั้นอย่าท้อแท้โดยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนไม่กี่คนที่มีพรสวรรค์ จนถึงขั้นคิดว่าตัวเองอาภัพเรื่องภาษาอังกฤษ เรียนอย่างไรก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง จริงๆแล้ว คนไม่กี่คนที่เราคิดว่าเขามีพรสวรรค์ด้านภาษานั้น มันอาจจะเป็นพรสวรรค์ที่ถูกผลักดันด้วยพรแสวงก็ได้<br /> 2 <span style="color: #cc0000">โชค </span>&ndash; นอกจากพรสวรรค์ โชคก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเรามีไม่เหมือนกัน และมีไม่เท่ากัน คนบางคนเกิดมาในครอบครัวที่มีเงินมากพอที่จะซื้อโอกาสและประสบการณ์เพื่อช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษได้ง่าย-เร็ว-และมากกว่าคนอื่น หรือบางคนโชคดีมีฟ้าเป็นใจช่วยส่งคนมาเป็น sponsor, trainer หรือ tutor ด้านภาษาให้ เขาก็เลยมีโอกาสเก่งภาษาอังกฤษมากกว่าคนอื่น แต่ท่านอย่าได้ท้อแท้ใจ โดยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่โชคดีกว่าเลยครับ คนเราทำบุญด้านภาษามาไม่เหมือนกัน<br /> 3 <span style="color: #cc0000">พรแสวง</span> &ndash; ในขณะที่เราควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพรสวรรค์และโชคไม่ได้ แต่เป็นไปได้แน่ๆที่เราสามารถแสวงหาให้พบ &ldquo;พร&rdquo; (แปลว่าสิ่งประเสริฐ) ถ้าเราพยายามถูกทางและมากพอ ให้พรแสวงของเรามีพลังมากกว่าพรสวรรค์ และให้เราสร้างโอกาสและโชคในการเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาเองโดยไม่ต้องรอการดลบรรดาลจากฟ้าหรือบุญเก่า ภาษิตจีนที่ผมชอบมากกล่าวไว้ว่า &ldquo;ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม&rdquo;<br /> <br /> พอมาถึงบรรทัดนี้ ผมนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อชา ท่านบอกว่า การปฏิบัติธรรมะก็เหมือนกับคนเลี้ยงเป็ด หรือคนปลูกต้นมะม่วง หน้าที่ก็คือ ให้น้ำ ให้อาหารเป็ด และพรวนดิน ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ดูแลรักษาต้นมะม่วง ส่วนเป็ดที่เราเลี้ยง ต้นมะม่วงที่เราปลูก จะโตเร็ว โตช้าเป็นเรื่องของมัน ไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องของเรา คือ ทำหน้าที่ของคนเลี้ยง คนปลูกให้ดีที่สุด ผมเห็นว่าการศึกษาภาษาอังกฤษก็เป็นเช่นเดียวกัน เราทำหน้าที่ของผู้ศึกษาให้ดีที่สุด ขยันก็เรียน ขี้เกียจก็เรียน ส่วนผลจะได้เร็ว &ndash; ช้า มาก &ndash; น้อย ไม่ต้องไปกังวล และไม่ต้องเอาใจไปเป็นทุกข์ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้เราเรียนได้ผลเร็วขึ้น หรือมากขึ้นเลย<br /> <br /> ผมพูดเกี่ยวกับวิธีการและความสำเร็จในการศึกษาภาษาอังกฤษไว้หลายครั้งแล้ว ถ้ามีเวลาเชิญท่านคลิกอ่านได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ <a href="http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/blog-post_3914.html"><span style="color: #cc0000">คุยกับท่านผู้อ่าน</span></a><br /> <br /> ถ้าจะให้ผมสรุปสั้นๆเกี่ยวกับ (1 ) การเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลดี และ(2 ) การมีความสุขในการเรียนภาษาอังกฤษ ผมก็ขอพูดว่า <span style="color: #cc0000">การเรียนภาษาอังกฤษต้องมี 3 &ldquo;ใจ&rdquo; คือ เข้าใจ พอใจ และใส่ใจ</span> เข้าใจก็คือ ยอมรับสภาพที่เราเป็นอยู่ และพอใจที่จะเริ่มจากจุดนี้ พอใจในผลที่ได้รับจากความพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าผลนั้นจะมาก-น้อย เร็ว-ช้าเพียงใดก็ตาม โดยให้ความใส่ใจกับเรื่องนี้ตลอดเวลา<br /> <br /> ท่านผู้อ่านครับ ผมทำ blog นี้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกตั้งแต่เริ่มว่า ในด้านการศึกษาภาษาอังกฤษ ผมไม่ได้เก่ง (มีพรสวรรค์) มากกว่าคนอื่น ไม่ได้เฮง (มีโชค) มากกว่าคนอื่น แต่ผมอยากให้ blog นี้เป็นตัวช่วยให้คนไทยที่ใส่ใจภาษาอังกฤษสามารถสร้างความเก่งและความเฮงในการศึกษาภาษาอังกฤษให้แก่ตัวเอง ในขณะที่ผมหาเว็บมาแนะนำท่านผู้อ่าน ผมก็เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากเว็บเหล่านี้ ไปพร้อมกับทุกๆท่านครับ </p> <p> <span style="color: #008000"><b>ที่มา :</b></span> <a href="http://intereladsd.blogspot.com/2007/10/343.html" target="_self">http://intereladsd.blogspot.com/2007/10/343.html </a> </p>
<p> &nbsp;<b>สวัสดีครับ</b><br /> ในฐานนะคนหัวอกเดียวกันที่กำลังฝึกฟิตภาษาอังกฤษ ผมขอเล่าวิธีการส่วนตัวที่ใช้ฝึกตัวเอง อาจจะมีสัก 1 หรือ 2 วิธีที่ท่านรู้สึกเข้าท่าและเอาไปลองทำบ้าง<br /> <br /> <b><span style="color: #ff0000">1. กำหนดปริมาณของการฝึก และทำให้ได้:</span></b> อาจจะเป็นปริมาณก้อนเล็ก ๆใกล้มือ เช่น ทุกวันจะต้องอ่านจบ 1 หน้า หรือฟังให้ได้นาน 20 นาที หรืออ่านออกเสียงชัด ๆ อย่างน้อย 10 ประโยค หรือขนาดใดก็ได้ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้ามากเกินไปก็จะรู้สึก<b>เหนื่อย </b>ถ้าน้อยเกินไปก็จะรู้สึก<b>เนือย</b> ฉะนั้นให้กำหนดปริมาณการฝึกขนาดพอดี ๆ และแน่วแน่ทำไปให้เสร็จ ส่วนปริมาณเป้าหมายก้อนใหญ่ไกลมือก็แล้วแต่ใจจะไขว่คว้า เช่น จะฟิตอังกฤษเพื่อเป็นเส้นทางเดินไปสู่การเป็นคนรวย - คนเก่ง - คนดี - คนมีความสุข ใน style ที่เราเลือกเอง<br /> <br /> <b><span style="color: #ff0000">2. หาให้พบงานอดิเรกที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก:</span></b> ย้ำ... ต้องหาให้พบ เพราะบางทีมันก็หายากอยู่นะ ถ้าอ่าน Bangkok Post ก็ไม่สนุก, ดูหนังฝรั่งก็ไม่สนุก (คือตั้งใจฟัง soundtrack ไม่ใช้จ้องแต่อ่าน subtitle ภาษาไทย), ฟังข่าว CNN ก็ไม่สนุก ก็ต้องหาอย่างอื่นอ่าน - หาอย่างอื่นดู &ndash; หาอย่างอื่นฟัง ต้องหาให้พบให้ได้สักอย่างหนึ่งที่ทำด้วยภาษาอังกฤษแล้วสนุก อาจจะเริ่มด้วยสิ่งที่<b>ไม่ยาก</b> &ndash; <b>ไม่ยุ่ง</b> &ndash; <b>ไม่ยาวเกินไป </b>และก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นเขา<br /> <br /> <span style="color: #ff0000"><b><span style="color: #ff0000">3. หาวิธีแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานประจำ:</span></b> </span>ถ้าหากงานที่เราทำไม่มีภาษาอังกฤษที่ต้องอ่าน, ไม่ต้องฟังฝรั่งพูด และไม่ต้องพูดให้ฝรั่งฟัง, และไม่ต้องเขียนภาษาอังกฤษแม้แต่ตัวเดียว ก็ลองสงบใจสักนิดและคิดให้ทะลุซิว่า เราจะสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในงานได้ยังไง ถ้าเรายืนยันมันก็น่าจะมีวิธี วันที่ 1 สอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปได้ 1 นิ้ว พอถึงวันที่ 12 ท่านอาจจะสามารถสอดแทรกเข้าไปได้ถึง 1 ฟุต (เพราะ 1 ฟุตมี 12 นิ้ว) ต้องทำได้ถ้าเราพยายาม<br /> <br /> <b><span style="color: #ff0000">4. อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น:</span></b> แต่เปรียบเทียบกับตัวเอง ระหว่างสัปดาห์ที่ 1 กับสัปดาห์ที่ 2, ระหว่างเดือนที่ 1 กับเดือนที่ 2 เรื่องอย่างนี้ของใครของมัน ขืนเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เก่งกว่าก็จะรู้สึก<b>เย่อหยิ่ง</b> เท่ากันก็รู้สึก<b>ผยอง</b> แย่กว่าก็รู้สึก<b>แหย</b> เราไม่แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเองดีกว่า<br /> <br /> <b><span style="color: #cc0000">5. ใช้เวลาว่างและหาเวลาว่างให้แก่การฟิตภาษาอังกฤษ:</span></b> แทนที่จะปล่อยความคิดให้ล่องลอยเรื่อยเปื่อยขณะยืนรอรถเมล์ หรือนั่งรอเพื่อน ก็เอามาใช้ทำสมาธิด้วยการท่องศัพท์ (มีสมุดจดศัพท์หรือดิกเล่มเล็ก ๆ ติดตัวไว้เสมอ) หรือฟังไฟล์ mp3 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บนี้ จริง ๆ แล้วเวลาว่างที่เรา <b>&lsquo;ยืนรอ&rsquo;</b> หรือ <b>&lsquo;นั่งรอ&rsquo;</b> ใครหรืออะไรในวันหนึ่ง ๆ แม้รวม ๆ กันแล้วมีอาจมีเพียง 5 &ndash; 10 นาที ก็ไม่น่าปล่อยให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ส่วน &lsquo;เวลาว่าง&rsquo; ที่ท่านมักจะหาไม่ค่อยได้นั้น ถ้าท่านตื่นนอนเร็วกว่าเดิม 10 นาที และเข้านอนดึกกว่าเดิม 5 นาที ท่านก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้นทันทีวันละ 15 นาทีสำหรับการฟิตภาษาอังกฤษ<br /> <br /> <b><span style="color: #cc0000">6. รวมกลุ่มคนรู้ใจฟิตภาษาอังกฤษร่วมกัน:</span></b> ถ้าไม่มีโอกาสเรียนร่วมครูคนเดียวกัน ก็สามารถเรียนร่วมหนังสือเล่มเดียวกัน เรียนร่วม CD แผ่นเดียวกัน เรียนร่วมเว็บไซต์และคอมพิวเตอร์จอเดียวกัน เรียนร่วมทีวีเพื่อการศึกษาช่องเดียวกัน ฯลฯ ทุกอย่างทำได้ถ้ามีใจเดียวกัน<br /> <br /> <b><span style="color: #cc0000">7. พกหนังสือภาษาอังกฤษเล่มโปรดติดกระเป๋าไว้เสมอ:</span></b> อาจจะเป็นดิกชันนารี สมุดจดศัพท์ทำเอง หนังสือธรรมะ นิยาย การ์ตูน วารสาร ฯลฯ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะว่างเมื่อใด แต่เมื่อเวลาว่างมาหาเรา เราจะไม่ใช้เวลาว่างอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ<br /> <br /> <b><span style="color: #cc0000">8. อ่าน &ndash; จด &ndash; จำ ถ้อยคำปลุกใจให้ฮึกเหิม</span></b>: ถ้าไม่มีใครให้กำลังใจเรา เราก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง ตามวิถีของคนกล้า การหาถ้อยคำปลุกปลอบกำลังใจมาอ่านและจดจำให้ขึ้นใจ เป็นการชาร์จแบตเติมไฟให้ชีวิต ที่ต้องการฟิตภาษาอังกฤษ<br /> <br /> <b><span style="color: #cc0000">9.เรียนอังกฤษโดยการสังเกต:</span></b> ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า ชีวิตนี้มีเรื่องให้เราเรียนรู้และใช้สอยภาษาอังกฤษตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น<b>การอ่าน</b> (ฉลากสินค้า, ป้ายตามเส้นทาง ฯลฯ) <b>การฟัง</b>(เลื่อนไปที่ช่อง TVซึ่งมีเสียงภาษาอังกฤษบ้างก็ดี ฯลฯ) <b>การพูด</b>(นึกในใจเล่น ๆ ว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ ถ้าเป็นคำ / วลี / ประโยค ภาษาอังกฤษ จะพูดว่ายังไง) และ<b>การเขียน</b> ( ข้อความสั้น ๆ ที่เคยจดเป็นภาษาไทย ลองทำเล่น ๆ จดเป็นภาษาอังกฤษ หรืออังกฤษปนไทยบ้างดูซีครับ) เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะไม่มีความหมายและไร้ประโยชน์ถ้าไม่สนใจ แต่จะมีความหมายและประโยชน์มากมายมหาศาลถ้าใส่ใจฝึกฝน<br /> <br /> <span style="color: #ff0000"><b><span style="color: #ff0000">10. ถึงเป้าหมายที่มิใช่ปลายทาง:</span></b> </span>การฝึกภาษาอังกฤษเหมือนกับการเดินทางไปในสวนดอกไม้ ซึ่งมีไม้ดอกทั่วทั้งสวน เราสามารถชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนนี้ เมื่อเราฝึกฟิตภาษาอังกฤษ เรามิได้เก่งขึ้น ณ ก้าวสุดท้ายเมื่อถึงปลายทาง แต่เราเก่งขึ้นทุกก้าวที่ย่างไปตลอดเส้นทาง และจริง ๆ แล้วเส้นทางของการเรียนรู้และใช้สอยเรื่องภาษานี้ไม่มีปลายทาง คือต้องเรียนรู้และใช้กันไปเรื่อย ๆทั้งชีวิต เราจึงเดินถึงปลายทางตลอดเวลา เพราะฉะนั้น จงเรียนภาษาอังกฤษอย่างคนที่มีความสุขและพอใจกับความเก่งเล็ก ๆ ที่ได้รับเพิ่มขึ้นทุกวัน เหมือนได้ชื่นชมกับดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้นในสวนภาษาแห่งนี้ </p> <p> <span style="color: #008000"><b>ที่มา : </b></span><a href="http://intereladsd.blogspot.com/2007/08/279-10.html" target="_self">http://intereladsd.blogspot.com/2007/08/279-10.html </a> </p>
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 10 จาก 136
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2550 UdClick.com! ชุมชนออนไลน์ ของชาวอุดร